GMC ตอนที่ 15 วัตถุประสงค์ที่แอบแฝง



GMC ตอนที่ 15 วัตถุประสงค์ที่แอบแฝง


เช้าวันรุ่งขึ้นซูฮ่าวเดินทางไปอาณาเขตสีแดงอีกครั้ง และเขาก็ซ่อนตัวตามปกติ


ในตอนเช้ามีกลุ่มแจ็คเคลบางตัวหลงกลุ่มออกมาบาง(ผมก็งงนะตอนที่แล้วบอกว่าเหลืออีก 1 ) แต่เขาก็ไม่สามารถหากลุ่มแจ็คเคลที่มี 7 ตัวได้ หลังจากที่รออยู่ตลอดช่วงบ่าย ซูฮ่าว ที่เริ่มลดตัวเข้าให้มากขึ้น เหมือนนักล่าที่ผ่านการล่ามามากมาย  ซูฮ่าว ซุ่มอยู่เงียบ ๆ ภายในพุ่มไม้ รอช่วงเวลาที่เหมาะสม


หลังจากที่รออยู่นานตลอดช่วงบ่านจนต้องอดอาหารในที่สุดเขาก็เห็นกลุ่มของแจ็คเคลที่มี 7 ตัว โดยไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ซูฮ่าว เริ่มลงมือทันที


เราลงมือสร้างโมเดลและโรยฟีโรโมนบางส่วนลงบนโมเดล


“ชิ้ว!”


“ชิ้ว!”


เสียงลูกศรจำนวนมาได้พุ่งตัดผ่านอากาศได้อย่างรวดเร็ว  สักครู่ต่อมากลุ่มแจ็คเคล 7 ตัวที่โชคร้ายก็ล้มตายลง


ซูฮ่าว เริ่มชำนาญในการถอนเขี้ยวของพวกมันออกมาแล้ว อย่างไรก็ตามเขารู้สึกถึงบางอย่างที่จ้องมองเขา


ดูเหมือนว่าจากระยะทางไกล ๆ กลุ่มแจ็คเคลกลุ่นหนึ่งกำลังเดินผ่านไป และเป็นโชคร้ายของซฮู่าวที่มันมองเห็นซูฮ่าว


"สบถ"


ในหัวของซูฮ่าวตำหนิในโชคชะตาของเขา เขาลืมเรื่องจำนวนของแจ็คเคลในบริเวณนี้ซึ่งมีอยู่มาก


"วิ่ง"


ซูฮ่าวไม่ลังเลเลย ฉากที่เขากำลังถูกไล่ล่าได้และวิ่งหนีอย่างเหน็ดเหนื่อยกลับมาอีกครั้ง


แจ็คเคลที่บ้าคลั่งได้ไล่ล่า ซูฮ่าวอย่างหนัดหน่วงยิ่งเวลาผ่านไปก็ยิ่งมีพวกมันเพิ่มมากขึ้น จากการวิ่งหนีมาหลาย ชั่วโมง ตามตัวของ ซูฮ่าว เต็มไปด้วยฝุ่นและดินโคลน


ในอดีต แจ็คเคลเหล่านี้พวกมัจะไล่ตามเป็นเวลาเพียงสั้นๆเท่านั้นแต่ครั้งนี้พวกมันไล่ล่าเขาอย่างหนักดดยไม่อยากจะให้ วูฮ่าวหนีไปได้อีก เมื่อเห็นกลุ่มของพวกแจ็คเคลที่มีมากว่า 100 ตัวและยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ


แม้ว่า ซูฮ่าว จะวิ่งเข้าไปในอาณาเขตแห่งสัตว์ร้ายอื่น ๆ เขาก็ยังคงถูกไล่ล่า ดูเหมือนพวกมันจะจำได้ว่าเขาเป็นคนที่ฆ่าพวกมันไปเป็นจำนวนมาก


ซูฮ่าว รู้ว่าเขามีเพียงทางเลือกเดียวเท่านั้นคือ   ล้อไปที่หน้าประตูเมือง


เขาไม่ได้พยายามที่จะหลบหนีกองทัพแจ็คเคลอีกต่อไป เขาได้ตรงไปยังทิศทางของประตูเมือง  ทุกวันนี้การฝึกซ้อมอย่างหนักซึ่งเพิ่มสมรรถภาพทางกายของเขาจาก 100 คะแนนเป็น 150 คะแนนเริ่มแสดงให้เห็นถึงผลของมัน


ความสามารถทางกายภาพของ ซูฮ่าว ดีกว่าคนทั่วไปภายใต้สถานการณ์ที่เสี่ยงชีวิตเขากำลังถูกไล่ล่าโดยพวกแจ็คเคลกว่า 100 ตัว เขาต้องพยายามที่จะให้เร็วกว่าพวกมัน


ที่ประตูเมือง เจียงฮี ยามหลายคนนั่งอย่างสบายๆอยู่หน้าประตูเพื่อเพลิดเพลินกับทัศนียภาพรอบนอก


เนื่องจากแต่ละเมืองได้รับการติดตั้งกลไกการป้องกันการโจมตีของสัตว์ประหลาด ฉนั้นพวกมันจึงไม่กล้าเข้ามาโจมตีเมือง ดังนั้นทหารที่ได้รับการให้เฝ้าประตูเมืองจึงเป็นงานที่สบายที่สุด แต่ยังสำคัญที่สุด


สำหรับวันนี้ผู้ที่เป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคือโจวเทียนไค(Zhou Tiancai)


"ง่วงจังเลย หันหน้าโจวมันถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนกะแล้วครับ "ยามพูดด้วยน้ำเสียงที่พอค่อยพอใจ


โจวเทียนไคมองเขาอย่างดุเดือน "น้องชายคุณจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่จะเลิกงานได้ รอให้คนต่อไปเปลี่ยนมากะก่อน ประตูเมืองต้องมียามรักษาการตลอด 24 ชั่วโมงอย่างต่อเนื่อง หากมีข้อผิดพลาดใด ๆ ใครจะรับผิดชอบ "


“เชี่ยเอ้ย  ใครจะโจมตีพวกเราในวันนี้ "ทหารหนุ่มยังโต้เถียงต่อ" ครั้งล่าสุดก็เป็นเวลานานมาแล้ว ตั้งแต่มีการติดตั้งกลไกการป้องกัน มีผู้ใดที่ยังคงกล้าที่จะโจมตีที่เรา  เมื่อพวกมันมาถึงกลไกการป้องกันจะเริ่มทำงานและพวกมันจะถูกฆ่าตายทันทีโดยเลเซอร์!  หัวหน้าโจวตั้งที่นายเฝ้าอยู่ที่นี่เป็นเวลา 5 ปี นายเคยเจอสัตว์ร้ายสักตัวหรอที่มาโจมตีเมืองนี้ "


โจวเทียนไค พูดไม่ออก แน่นอนเขาไม่เคยพบมาก่อน อย่างที่ทหารหนุ่มคนนี้กล่าวสัตว์ร้ายที่โจมตีเมืองนี้มันผ่านมาเป็นเวลาหลายปีมาแล้วตั้งแต่ตอนนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นอีกเลย มันเป็นเรื่องของทหารที่เฝ้าประตูรุ่นก่อน ในเวลานั้นอาชีพของการเป็นทหารเฝ้าประตูเมืองเป็นอาชีพที่น่าเคารพมาก


นับตั้งแต่เมืองมีเทคโนโลยีสแกนเนอร์ทหารเฝ้าประตูเมืองก็ไม่มีอะไรที่จะต้องทำอีก


ตอนนี้งานคุ้มกันประตูได้กลายเป็นงานที่สะดวกสบายที่สุด จากอาชีพที่เคารพและอันตรายมากที่สุด
สิ่งเดียวที่พวกเขาอาจจะภาคภูมิใจคือการได้ปกป้องเมืองของพวกเขา


นี่เป็นตำนานกลายเป็นอดีต


ถอนหายใจ  โจวเทียนไค ไม่พูดต่อ และมองไกลออกไป ในใจของเขาเริ่มมีข้อสงสัยเล็กน้อย สัตว์ประหลาดพวกนั้นจะกล้าโจมตีเมืองงั้นหรอ  เทคโนโลยีของมนุษยเห็นได้ชัดว่ามีพลังทำลายล้างและมีพลังอำนาจเหนือกว่าสัตว์ประหลาดแล้วทำไมไม่กวาดเหล่าประชากรสัตว์ร้ายทั้งหมด? อย่าบอกนะว่าพวกสัตว์ยังมีอาวุธลับอยู่


ในขณะที่เขากำลังสับสนโจวเทียนไค สังเกตเห็นที่ไกลออกไปมีบางอย่างที่ผิดปกติมันเต็มไปด้วยฝุ่นละอองที่ลอยเต็มในอากาศ ดูเหมือนเหล่าแจ็คเคลจำนวนมากที่กำลังวิ่งไล่ล่าอย่างบ้าคลั่งตามบางสิ่งอยู่


"สายตาของฉันคงไม่ได้ผิดปกติไปหรอกใช่ไหม"


โจวเทียนไค ปิดตาของเขาและมองอีกครั้ง     ใช่! มันเป็นความจริง มันคือเรื่องจริง!


"กำลังมีฝูงของสัตว์กลุ่มหนึ่งกำลังใกล้เข้ามาเตรียมตัวไว้ให้ดีๆ "ขณะที่โจวเทียนไคตะโกน  ความตื่นเต้นบางอย่างแสดงให้เห็นในน้ำเสียงของเขา


ทหารหนุ่มหลายคนถัดจากเขาร้องขึ้น "ได้โปรดหัวหน้าโจว นี่คือปีอะไรจะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีสัตว์บุกเมือง  "


"เอ้ย   มันคือความจริงที่สัตว์บุก"


เหล่าทหารหนุ่มตกใจขณะที่กำลังเฝ้าดูกองทัพแจ็คเคลขนาดใหญ่  ราวกับว่าพวกมันคือปากขนาดใหญ่ที่กำลังจะกลืนกินพวกเขาทั้งหมด


โจวเทียนเฉิย ตะโกนใส่พวกเขา "พวกรานทำห่าอะไรอยู่รีบเปิดใช้กลไกการป้องกันเร็วเข้า "


"ครับ ครับ"


มีเพียงไม่กี่คนที่ตอบสนองแล้วรีบวิ่งเข้ามาเพื่อเปิดกลไกการป้องกันเมือง ปืนเลเซอร์ที่มองไม่เห็นเริ่มปรากฏให้เห็นบนพื้นพร้อมเล็งไปกองทัพของแจ็คเคล เมื่อใดก็ตามที่ปืนเลเซอร์ที่ร้ายกาจถูกยิงออกไป


ประตูขนาดใหญ่กว่า 10 เมตรเริ่มปิดตัวลง  "คลืน" ประตูของเมืองถูกปิดลง ป้องกันมนุษย์ไม่ให้ออกไปจากเมือง เฉพาะประตูอันเล็กๆที่ด้านนอกของเมือง ประตูที่สูง 3 เมตร ของหน่วยงานรักษาความปลอดภัยประตูถูกเปิดทิ้งไว้ ส่วนคนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างก็มาชุมนุมกันที่กองบัญชาการรบ


"พร้อมยิงแล้ว"  (ซูฮ่าวไม่มีบทเลย555)


โจวเทียนไค ที่อยู่อารมณืที่ตื้นเต้น เมื่อเขาพร้อมที่จะปุ่มยิงการกระทำของเขาก็ได้หยุดลง ในจอเขาได้มองเห็นคนผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังวิ่งอยู่ด้านหน้าของกองทัพแจ็คเคล
(เริ่มมีบทบาทแล้ว)


"เกิดอะไรขึ้น" นักเรียนคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นได้ถามขึ้น


"WTF  การที่เราเป็นทหารและต้องดูแลประชาชนเราไม่ควรปล่อยให้เด็กหนุ่มนักเรียนคนนั้นตาย "โจวเทียนโค สบถบอกมาด้วยการแสดงออกอย่างจริงจังในขณะที่กำลังเผชิญหน้ากับคนของเขา


เขากล่าวว่า "การที่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาประตูหน้าที่ของเราคือการปกป้องความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะนักศึกษาเหล่านี้จะเป็นเสาหลักของประเทศของเราในอนาคต แม้กระทั่งแลกด้วยชีวิตของเราเราก็ต้องมั่นใจในความปลอดภัยของเขาด้วย "


"ใช่!"


ทหารที่คุ้มกันประตูหลายคนรู้สึกถึงหน้าที่หนักแน่นและจุดประสงค์ของอาชีพพวกเขา ความรู้สึกนี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่คอยเฝ้าประตู


“พวกเรา..พร้อม..!”


ซูฮ่าว เริ่มตื่นตระหนักด้วยการที่เขาก็สิ่งมาเป็นเวลานานและเร็วทำให้เขาเริ่มรู้สึกขาดออกซิเจน เขาก็เริ่มที่จะรู้สึกอ่อนล้าขาของเขา เมื่อในที่สุดเขาก็เห็นประตูเมืองที่เริ่มมีการเตรียมการป้องกันเขาพยายามที่จะดึงเอาพลังงานทั้งหมดออกมาใช้และรักษาความเร็วของเขาไว้


สถานการณ์นี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา


เขาได้ฆ่าแจ็คเคลไปจำนวนเพีนงไม่มากเท่านั้น แล้วการกระทำของเขาจะก่อให้เกิดกองทัพที่บ้าคลั่งของเหล่าสัตว์ประหลาดได้อย่างไร?


ใช่ นี้ไม่ได้เป็นกลุ่มแค่ของเหล่าแจ็คเคลเท่านั้น  ตอนนี้สัตว์ต่างทีบ้างคลั่งก็เริ่มเข้าร่วมงานเลี้ยง ราวกับว่าพวกมันได้รับคำสั่งบางอย่างที่ น่าแปลกใจพวกมันไม่ได้ที่จะทำร้ายเขา แต่กลับรีบที่จะมุ่งหน้าไปทางเมือง เจียงฮี


และมีบางส่วนที่พวกมันวิ่งเร็วยิ่งกว่าแจ็คเคลที่กำลังคลั่ง


ซูฮ่าวถูกไล่ล่าโดยกองทัพที่อยู่ข้างหลังเขานับไม่ถ้วน เขาเกือบจะถูกฆ่าตายในปากของสัตว์ที่บ้าคลั่งเหล่านี้


มนุษย์หมาป่าเหมือนกำลังโกรธแค้นรีบวิ่งไปข้างหน้า  ความเร็วของมันเร็วยิ่งกว่าแจ็คเคล ปากของมันพยายามที่จะกัดซูฮ่าว  ซูฮ่าว เขาได้กระโดดเหยียบหัวของมนุษย์หมาป่า และใช้ประโยชน์จากมันดันตัวไปด้านหน้า   ซูฮ่าว ยังคงรีบวิ่งไปข้างหน้า ระยะห่างเริ่มเพิ่มขึ้นจากการกระโดดเมื่อกี้


ในเวลานี้เขาได้มองไปที่ประตูเมืองมันแสบตาเป็นอย่างมากแสงสะท้อนเหล่านี้ทำให้ดวงตาของเขาเจ็บปวดมาก


ซูฮ่าวจำจากสิ่งที่เรียนรู้จากตำราเรียน ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจว่ามันคืออะไร


มันคือการกำเนิดปืนเลเซอร์


สัตว์จำนวนมากเคยถูกสังหารจากปืนเลเซอร์! อย่างไรก็ตามในขณะนี้ปืนเลเซอร์อยู่ในโหมดสแตนด์บายเท่านั้นและยังไม่ได้ยิงออกมา เห็นได้ชัดว่ามีความลังเลใจบางอย่างเนื่องจากซูฮ่าว


ซูฮ่าวเข้าใจดีว่าแม้ว่าจะไม่ได้มุ่งเป้าไปที่เขา แต่รังสีจากปืนเลเซอร์ก็เพียงพอที่จะทำให้คนตาบอดในระยะเวลาสั้นๆและคนนั้นยังเป็นเหยื่อที่กำลังวิ่งหนีกองทัพสัตว์


"F * ck อึนี้!"



ซูฮ่าวสบถในใจลึก ๆ และหันหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง เขาแสดงสัญญาณ
 180 คะแนนในพื้นฐานทางทฤษฎีของเขาแสดงให้เห็นถึงความรู้เพิ่มเติมของเขาและเริ่มใช้มันให้เป็นประโยชน์


บนกำแพงเมือง


โจวเทียนไคได้สั่งให้มีการปะทะกันแล้ว อย่างไรก็ตามเขาไม่แน่ใจว่าจะประสบความสำเร็จในการช่วยนักเรียนคนนี้หรือไม่ ในเวลานี้เขาเห็นท่าทางของเด็กชายผ่านหน้าจอเป้าหมาย


"นั่นคืออะไร? เขากำลังสื่อถึงอะไร "


"ดูเหมือนคล้าม สัญญาณบางอย่าง" โจวเทียนไคจำได้ว่าเคยเห็นท่าทางแบบนี้อยู่ที่ไหนสักแห่ง
แต่เขานึกไม่ออก ปัจจุบัหลายปีที่ผ่านมาที่เขาไม่ได้เจอกับสถานการณ์เช่นนั้นความรู้บางอย่างก็ถูกลืมไปแล้ว


หนึ่งในยามเฝ้าประตูไดเ้เปล่งเสียงออกมา "ฉันจำได้แล้วฉันเคยจำมาจากทางประวัติศาสตร์!
นี้เป็นท่าทางกลยุทธ์! เขากำลังถ่ายทอดข้อความ! "


"โอ้" โจวเทียนไค รู้สึกตื่นเต้น "เขาบอกว่าอะไร"


ยามเฝ้าประตูเขาสังเกตก่อนและตอบว่า "นี่เป็นคำสั่งโจมตี เขาบอกให้เราสามารถยิงได้! "


"ยิง!"


โจวเทียนไค พูดไม่ออก "รังสีของปืนเลเซอร์ทำให้คนตาบอดได้ แต่สัตว์บางชนิดจะไม่ได้ผมกระทบจากมัน  นักเรียนคนนี้ต้องการที่จะตาย "


"หัวหน้าถ้าคุณยังไม่สั่งโจมตีเมื่อสัตว์ที่กำลังบ้าคลั่งเหล่านี้แล้วปล่อยให้มันเข้าใกล้เมืองฉันกลัวว่าไม่ใช่เพียงแค่เราไม่สามารถช่วยนักเรียนคนนั้นได้เท่านั้น  คนในเมืองก็ยังจะตามเพิ่มด้วยและอาจตกอยู่ในอันตราย" เยามรักษาความปลอดภัยคนหนึ่งของเขากล่าวว่า

"เราต้องเชื่อมั่นในนักเรียน  เชื่อว่าเขาจะหลบเลี่ยงการโจมตีของปืนเลเซอร์ได้"


“เอาล่ะ!”


โจวเทียนไครู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะลังเล เมื่อมองภาพของนักเรียนผ่านหน้าจอเขาได้กลืนน้ำลายลงคอหนึ่งคำก่อนจะสั่งยิงออกไปในขณะที่กำลังขมวดคิ้ว


"ยิงได้"



คิดตามงานแปลได้ที่ เพจฝึกหัดแปลนิยาย







ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

GMC ตอนที่ 10 ทักษะการต่อสู้ของเจ้าหน้าที่